ท่าร่วมรักยอดนิยมที่ใครๆก็ทำได้ เพื่อเพิ่มรสชาติเซ็กส์ให้ดีขึ้น
แม้มีรายงานบอกว่า การเปลี่ยนท่าร่วมรักนั้น มาจากท่าพื้นฐานเพียงแค่ไม่กี่ท่า ซึ่งก็ไม่พ้นท่าชายอยู่บนหญิงอยู่ล่าง, หญิงอยู่บนชายอยู่ล่าง,หันหน้าเข้าหากัน, เข้าทางด้านหลัง, ด้านข้าง, ท่าอุ้มลอยเกาะเอว, ท่าหกคะเมน (69), ท่าโก้งโค้งและท่าควบม้า
แต่เมื่อรู้สึกว่าเซ็กส์ไม่มีรสชาติแปลกใหม่ ท่าทั้งหลายบนเตียงก็ใช้จนหมดแล้ว ทำไมไม่ลองหาท่าเด็ดมากระตุ้นให้รักเร่าร้อนดูล่ะ ทั้งคุณแลคู่ของคุณจะได้ถึงจุดสุดยอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่อย่าลืมเล้าโลมด้วยสายตา ลูบไล้ และใช้คำพูดกระตุ้นด้วย รับรองเซ็กซ์จะเพริดจนเกินห้ามใจ
สำหรับคู่รักผู้ช่ำชองเรื่องบนเตียงราวกับการเล่นกายกรรมนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าท่าที่เราแนะนำจะเป็นท่าเด็กๆ ลองทำท่าเหล่านี้ต่อเนื่องดูสิว่า คุณจะมีกำลังวาดลวดลายในแต่ละครั้งได้มากท่าขึ้นหรือไม่
1. ท่านิวมิชชันนารี (The New Missionary)
ส่วนมากจะคล้ายท่ามิชชันนารี (หญิงอยู่ล่าง ชายอยู่บน) จุดเน้นอยู่ที่ขาทั้งสองของผู้หญิง เมื่อผู้ชายนอนคว่ำหน้าเหยียดยาวราบบนตัวผู้หญิง ให้ผู้หญิงยกขาทั้งสองไขว้รอบเอวผู้ชายไว้ เพื่อช่วยให้ผู้ชายสอดใส่ง่ายขึ้น
คำแนะนำ :
ยิ่งผู้หญิงยกขาสูงเท่าไรผู้ชายก็ยิ่งสอดใส่ได้ลึกมากขึ้นเท่านั้น ท่านี้มีข้อดีของท่ามิชชันนารีอยู่ด้วย คือคู่รักสามารถสื่อสารกันได้ด้วยสายตา สองมือเคลื่อนไหวได้อิสระ และยังกระตุ้นอารมณ์ได้ดีอีกด้วย
เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ผู้หญิงใช้เรียวขาทั้งสองไขว้โอบรอบสะโพก หลังหรือแม้กระทั่งไหล่ของผู้ชาย โดยให้เป็นรูปตัววี
แบบที่ 2: สำหรับผู้หญิงพลังสูง ก็น่าจะใช้สองเรียวขาไขว้โอบรัดลำตัวของฝ่ายชายไว้ จากนั้นพลิกตัวกลับให้อยู่ในท่าผู้หญิงอยู่บนผู้ชายอยู่ล่าง
แบบที่ 3 : ถ้าคุณใช้ท่านิวมิชชันนารีแล้วยังรู้สึกเบื่อแทบตาย ก็จงรีบเปลี่ยนไปใช้ท่าอื่นเสียเถอะ
2. ท่าหกคะเมน (69 Linkage)หรือที่เรียกว่า ท่า 69
เป็น ท่าที่เป็นไปตามตัวเลข คือการกลับหัวกลับหาง ไม่ว่าชายหญิงนอนลงแล้วใครจะอยู่บนหรือล่างก็ไม่เป็นปัญหา หากแต่เคล็ดลับของท่านี้อยู่ที่ปาก และนอกจากใช้ปากแล้วยังใช้มือเป็นตัวช่วยได้อีก
คำแนะนำ :
ท่า 69 เป็นท่าที่แสดงได้ถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นของทั้งคู่ และยังมีคนมองว่า นี่น่าจะเป็นท่าที่ทั้งสองได้สัมผัสเรือนร่างกันและกัน แต่ควรทำความสะอาดอวัยวะเพศให้ดีก่อน และจะดีที่สุดเมื่อได้พูดคุยกันก่อนใช้ท่านี้
เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
เวลา ใช้ท่า 69 นี้ให้ทั้งคู่ลองใช้ท่าคะแคงนอน เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในท่วงท่าที่ตนเป็นฝ่ายรุกทั้งสองคน และนอกจากใช้ปากแล้วก็น่าจะใช้มือเข้าช่วยด้วย
ไม่แนะนำ
ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบอะไรๆ ที่มีกลิ่นคาวหรือรสฝาดขม ก็ควรจะเลี่ยงท่านี้ และห้ามใช้ท่านี้ตอนเมาแอ๋เด็ดขาด
3. ท่ามิชชันนารี (The Missionary)
เชื่อกันว่าท่าร่วมรักที่ชายอยู่บนหญิงอยู่ล่างนั้น เป็นท่าร่วมรักที่แพร่หลายที่สุดในโลก เป็นท่าร่วมรักซึ่งเป็นธรรมชาติที่สุดและเหมาะสมที่สุด
คำแนะนำ :
ผู้หญิง หัวโบราณ ที่มองเรื่องเพศเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ย่อมเป็นสาวกของท่านี้ ถ้าคุณไม่ชอบใจท่าร่วมรักที่เหมือนสัตว์ และอยากส่งสายตาประสานกันขณะร่วมรักแล้ว ใช้สองมือลูบไล้เรือนร่างของอีกฝ่าย ท่ามิชชันนารีนี้ ก็น่าจะเป็นท่าแรกที่คุณเลือกใช้ในการร่วมรัก
เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ใช้มือของคุณให้เป็นประโยชน์
แบบที่ 2: ให้เรือนร่างของเขาแนบชิดสนิทกับตัวคุณ สองแขนโอบกอดคุณไว้แนบแน่น เพื่อรับรู้ถึงจังหวะ และแรงกระแทกของการสอดใส่เข้าออก
ไม่แนะนำ :
ถ้าคุณชอบเป็นฝ่ายรุกในกิจกรรมบนเตียงแล้วล่ะก็ ท่ามิชชันนารีอาจทำให้เบื่อตายเลยก็ได้
4. ท่าหูกระต่าย (The Rabbit Ears)
ฝ่าย หญิงยกเรียวขาทั้งสองขึ้นกอดไว้ พร้อมถ่างขาออก แล้วชันเข่าจนเกือบถึงใบหู เปิดเผยให้เห็น "กิฟต์เซต" ซึ่งฝ่ายชายจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนขณะที่เขากำลังสอดใส่
คำแนะนำ :
ท่า ยากๆ ที่พลิกแพลงมาจากท่ามิชชันนารีนี้ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ตัวอ่อนมากๆ และเป็นท่าที่เหมาะสำหรับผู้ชายที่มี "เจ้าหนูสั้น"
เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบ ที่ 1: เหมือนท่าร่วมกอดรัดเป็นตัว V โดยใช้หมอนรองไว้ตรงช่วงเอว จะช่วยให้ส่วนล่างของร่างกายทั้งคุณและเขา ได้สัมผัสกันได้ลึกขึ้น
แบบ ที่ 2: ให้ใช้มือยกก้นของเธอขึ้น หรือลูบไล้คลึงเคล้นบริเวณที่ไวต่อการสัมผัสบนตัวเธอ เพื่อกระตุ้นปลุกเร้าให้เธอมีอารมณ์มากขึ้น
ไม่แนะนำ :
ถ้าเขามี "เจ้าหนูยาว" และคุณเองทนรับแรงกดบริเวณเอวไม่ไหว ก็อย่าลองใช้ท่านี้จะดีกว่า
5. ท่าโก้งโค้ง (The Doggie)
ผู้หญิง คุกเข่าอยู่ในท่าคลานสี่ขา มือทั้งสองยันพื้นค้ำลำตัวไว้ หรือจะโก้งโค้งปล่อยช่วงบนลำตัวให้เป็นอิสระก็ได้ ผู้ชายคุกเข่ากางขาอยู่ระหว่างสองขาของผู้หญิง ใช้สองแขนโอบรัดเอวผู้หญิงไว้ แล้วสอดใส่จากข้างหลังเข้าไป
คำแนะนำ :
ท่า โก้งโค้งเป็นหนึ่งในสามท่าเด็ด และเป็นท่วงท่าร่วมรักเบื้องต้น ท่านี้ผู้ชายทำหน้าที่เป็นคนนำจังหวะ ส่วนใหญ่ผู้ชายที่มี "เจ้าหนูสั้น" มักจะชอบใช้ท่านี้ เพราะสามารถสอดใส่ได้ลึก ควบคุมจังหวะให้ช้าหรือเร็วก็ได้ สำหรับผู้หญิงก็รู้สึกได้ว่ามี "แท่งเนื้อ" สอดใส่อยู่ในร่างกายตัวเองแม้จะ "สั้น" ก็ตาม ถ้าหากผู้หญิงของคุณชอบเป็นผู้รับ ก็น่าจะชอบท่วงท่านี้
เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
แบบที่ 1: ผู้ชายใช้มือข้างหนึ่งจับมือทั้งสองของผู้หญิงไว้ ให้ความรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการ ส่วนอีกมือของเขาก็ลูบไล้คลึงเคล้นก้นของผู้หญิง
แบบที่ 2: ผู้ชายใช้มือข้างหนึ่งยกเรียวขาของผู้หญิงขึ้น ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้คลึงเคล้นเต้านมหรือ "น้องหนู" ที่ไม่มีอะไรปิดบัง ซึ่งจะทำให้คุณมีอารมณ์มากขึ้นขณะสอดใส่ ส่วนฝ่ายหญิงก็จะมีความสุขจากการถูกสัมผัสลูบไล้ด้วยมือของคุณ
ไม่แนะนำ :
ข้อ เสียของท่านี้ก็คือ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ส่งสายตา และไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายหญิง เนื่องจากฝ่ายชายสอดใส่จากด้านหลังจึงทำให้ "น้องหนู" ของเธอได้รับการกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยทั่วไป ท่านี้จะทำให้ผู้หญิงถึงจุดสุดยอดยาก ถ้าหากเธอไม่ชอบให้ผู้ชายกำหนด และมองว่าการใช้ท่วงท่าร่วมรัก ที่ไม่ได้หันหน้าเข้าหากันเป็นเรื่องหยามน้ำใจกัน ท่าโก้งโค้งนี้ จะไม่เพียงทำให้เธอไปไม่ถึงจุดสุดยอดเท่านั้น แต่ยังทำให้เธออารมณ์เสียและโมโหได้อีกด้วย
6. ท่าตะแคง (The Sideways)
ทั้ง สองนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน ผู้ชายยกเรียวขาผู้หญิงขึ้นแล้วสอดใส่เข้าออก ร่างกายส่วนบนของทั้งคู่จึงเป็นอิสระ ดังนั้นจะจูบกันหรือสัมผัสลูบไล้คลึงเคล้นอีกฝ่ายก็ได้ตามชอบใจ
คำแนะนำ :
ใคร ที่ชอบท่ายากๆ หรือว่าฝ่ายชายมี "เจ้าหนูยาว" น่าจะลองใช้ท่านี้ดู เพราะหาก "เจ้าหนูสั้น" จะไม่สามารถสอดใส่ได้ลึกนักถ้าใช้ท่านี้ และยังยากที่จะกระแทกสอดใส่เข้าไปอย่างแรงๆ ได้ ท่านี้จึงเป็นท่า "ผ่อนหนักเป็นเบา" สำหรับผู้หญิงที่ไม่อาจทนรับการกระแทกกระทั้นแรงๆได้
เพิ่มดีกรีความเร่าร้อน
ถ้า คุณติว่าท่านี้ใข้ไม่ได้ผล ก็อาจจะลองเปลี่ยนจากท่านี้ ไปเป็นให้ชายอยู่บนหรือหญิงอยู่บนก็ได้ จงจำไว้ หลายๆท่วงท่านั้น ทั้งชายหญิงต้องมีใจที่อยากจะลองทำกันดูเพื่อให้ได้อารมณ์ แต่ที่สำคัญก็คือ อย่าฝืน
คำแนะนำ:
ถ้าเธอรู้สึกหงุดหงิดเหมือนเกาไม่ถูกที่คัน หรือฝ่ายชายมี "เจ้าหนูสั้น" ก็อย่าได้เลือกใช้ท่านี้เลย