Support
natjiherb
087-801-9444
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

ชาเขียวสกัด

natjiherb2009@hotmail.com | 22-06-2555 | เปิดดู 8640 | ความคิดเห็น 0

 

 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ EGC และชาเขียว 

 

ชาเขียว ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากมายหลายประการ โดยมีสารสำคัญที่ทำให้เกิดประโยชน์ (Active Health Component) ที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenols) หรือเรียกกันทั่วไปว่า คาเทชิน (Catechins) ซึ่ง Catechins นี้จะมีปริมาณ 30-40 % ของส่วนที่เป็นของแข็งที่สามารถสกัดได้จากใบชาเขียวแห้ง
 
คาเทชิน ที่อยู่ในชาเขียวประกอบไปด้วย

- Epigallocatechin-3-gallate (EGCG)
- Epicatechin-3-gallate, Epicatechin
- Epigallocatechin
- Gallocatechin gallate and Catechin


ในทั้งหมดนี้ สารที่มีมากที่สุดคือ Epigallocatechin-3-gallate หรือ  อี จี ซี จี (EGCG)    ขนาดใบชาเขียวแห้ง 1 ซอง (1.5 กรัมต่อซอง) จะให้ EGCG ประมาณ 35 – 110 mg 

EGCG นับได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ  ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในชาเขียว
และมีปริมาณมากที่สุด มีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินซี และวิตามินอี 25-100 เท่า  การรับประทานชาประมาณ 1 แก้วต่อวัน จะให้สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าการรับประทาน แครอท บรอคเคอรี ผักโขมและสตรอเบอร์รี ในขนาดที่รับประทานในแต่ละมื้อ และมีหลายงานวิจัยระบุว่ามีประโยชน์ต่อร่าง กาย ดังนี้

1. ช่วยลดความอ้วน

ด้วยกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน (Stimulates Fat Oxidation)
มีรายงานวิจัยที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า EGCG ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน และมีรายงานการทดลองในคนแล้วว่า ช่วยลดความอ้วนได้  นอกจากนี้มีงานวิจัยที่ทำโดยคนไทย โดยแบ่งผู้ที่น้ำหนักเกินเป็นสองกลุ่ม ได้รับสารสกัดชาเขียว และยาปลอม กลุ่มที่ได้รับ
ชาเขียวมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.7, 5.1 และ 3.3 ก.ก. ในสัปดาห์ที่ 4, 8 และ 12 ของการวิจัย


2. ช่วยลดไขมันในเลือด
แม้จะลดไขมันในเลือดได้ไม่มากนักแต่ก็มีงานวิจัยที่ดีรองรับสองงานวิจัย ในงานวิจัยแรกพบว่า เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การดื่มชาในปริมาณปานกลางหรือปริมาณมากร่วมด้วยจะลดปริมาณไขมันในเลือดชนิด ไตรกลีเซอไรด์ ลงได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 6 ชั่วโมง หลังทานอาหารและดื่มชา โดยลดการเพิ่มระดับของไขมันชนิดไตรกลีเซอรไรด์ในเลือดได้ถึง 15.1-28.7%

อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มชาประมาณ สองถ้วยต่อวัน สามารถลดไขมันในเลือดชนิด โคเลสเตอรอล ลงได้เล็กน้อย (119.9 เป็น 106.6 มก./ดล.) แต่ก็มีนัยสำคัญทางคลินิก

3. ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน
มีรายงานวิจัยว่า สารสำคัญในชาเขียว สามารถลดการหดเกร็งของเส้นเลือดฝอย ลดการเกิดตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดฝอย ทำให้ลดอุบัติการณ์ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการ
ขาดเลือด (Myocardial Infarction) และอัมพฤกษ์ อัมพาต จากเส้นเลือดตีบตัน (Stroke)

นอกจากนี้ EGCG ยังเป็นตัวยับยั้งการเกิด การสันดาป Oxidation ของโคเลสเตอรอล ทำให้
ลดการเกิดการสะสมสร้างตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดจากโคเลสเตอรอล ทำให้ลดการเกิด
เส้นเลือดแข็งตัวตีบตัน (Atherosclerosis) และลดอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (Coronary Atherosclerosis)

ในงานวิจัยในสัตว์ทดลองยังลดการเกิด เส้นเลือดในปอดตีบตัน (Pulmonary Thrombosis) อีกด้วย ส่งให้เป็นผลดีต่อสุขภาพของ หลอดเลือดหัวใจ ไม่นานนี้มีงานวิจัยทางระบาดวิทยาใน
คนญี่ปุ่นพบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียวจะลดการเกิดโรคเส้นเลือดทางสมอง ทั้งโรคเส้นโลหิตในสมองแตก (Cerebral hemorrhage) และเส้นเลือดสมองตีบ (Cerebral infarction) ได้จริง


4. ต่อต้านอนุมูลอิสระ และต่อต้านมะเร็ง (Antioxidant and Anticancer)
ชาเขียว มีผลต่อการยับยั้งการเกิดมะเร็ง ได้หลายชนิดทั้งในคนและสัตว์ เพราะมีฤทธิ์ทางด้าน
การต้านอนุมูลอิสระอย่างมาก จากการวิเคราะห์งานวิจัยที่เชื่อถือได้ของ Cochrane Database ตีพิมพ์ล่าสุด จำนวน 51 งานวิจัยทั่วโลก แม้จะมีจำนวนงานวิจัยที่จำกัด พบว่าการดื่มชาเขียว
ลดอุบัติการณ์เกิด
มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งตับอ่อน


นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมว่า การดื่มชาเขียวปริมาณมากยังลดการเกิด
- มะเร็งมดลูก (endometrial adenocarcinoma)
- มะเร็งเต้านม
- มะเร็งถุงน้ำดี


การดื่มชาเขียวที่ร้อน มีงานวิจัยว่า อาจเพิ่มมะเร็งหลอดอาหาร ในชาวตะวันออกกลาง ยิ่งร้อนมากยิ่งเพิ่มมาก แต่ก็พบว่า กลับลดการเกิด มะเร็งหลอดอาหาร ในชาวเอเชีย และสำหรับคนเอเชีย อาหารที่ร้อนจัดอื่น ๆ จะเพิ่มการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร 
ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ ถ้าจะดื่มชาร้อน ก็ไม่ควรให้ร้อนจัดจนเกินไป


ทั้งนี้เพราะสารสกัดประเภท โพลีฟีนอลในชาเขียว มีผลยับยั้งมะเร็งจำนวนมากด้วยกลไกที่หลากหลาย โดยเฉพาะสารสำคัญตัวหนึ่งในชาเขียวคือ epigallocatechin-3-gallate (EGCG) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณภาพสูงในชาเขียว ยังมีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งของคนได้หลายชนิดอย่างชัดเจน ที่มีงานวิจัยในเซลล์มะเร็งของคนพบว่า สามารถยับยั้งการเจริญการแบ่งตัว และทำลายเซลล์มะเร็ง ของคนได้หลายชนิด ได้แก่

- มะเร็งกระเพาะอาหาร
- มะเร็งปอด
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด นอนฮอดกินจ์  Human high-grade non-Hodgkin’s lymphoma 
- มะเร็งหู คอ จมูก Human head and neck squamous cell carcinoma
- มะเร็งตับ
- มะเร็งปากมดลูก 
- มะเร็งต่อมลูกหมาก-
- มะเร็งสมอง ชนิด  Medulloblastoma 
- มะเร็งเต้านม 
- มะเร็งลำไส้ใหญ่
- มะเร็งรังไข่ 
- มะเร็งผิวหนังที่เกิดจากไฝ Human melanoma 
- มะเร็งตับอ่อน 
- มะเร็งเม็ดเลือดขาว ุ6 ชนิด ได้แก่
  - Lymphoblastoid B cells,
  - Myeloid leukemic cells,  
  - B cell,
  - Multiple myeloma และ
  - HL 60 และ
  - HL 62 
- มะเร็งปาก Oral carcinoma cell 
- มะเร็งกระดูก 
- มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 
- มะเร็งท่อน้ำดี 
- มะเร็งต่อมหมวกไต 

ข้อควรระวังในการดื่มชาเขียวคือ

ในชาเขียวตามธรรมชาติมีสารคาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาททำให้ไม่ง่วงนอน จึงเป็นที่แนะนำว่าไม่ควรรับประทาน ชา/กาแฟ ก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนไม่หลับและไม่ควรบริโภคในเด็ก นอกจากนี้ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัด (เพราะอาจเพิ่มมะเร็งหลอดอาหารได้ จากบางวิจัยตะวันออกกลาง แม้ในเอเชียจะลดมะเร็งนี้ก็ตาม)

สารสกัดจากชาเขียว อีจีซีจี

จะมีคุณประโยชน์เทียบเท่ากับการดื่มชาเขียวคุณภาพดี แต่จะมีสารคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยมากๆ  คือในปริมาณ เพียง 0.05 ม.ก. ซึ่งน้อยกว่าชาเขียวที่ชงดื่มทั่วไป ถึงประมาณ 900 เท่า ทำให้ไม่มีผลต่อการกระตุ้นประสาท หรือนอนไม่หลับ แต่อย่างใด และไม่มีอันตรายหรือความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้นจากการดื่มชา  ที่ร้อนอีกด้วย

ความคิดเห็น

วันที่: Wed Feb 26 22:46:14 ICT 2025

แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0

หมดสมัยแล้วที่ชายไทยสูงวัยต้องใช้ยาปลุก ยาทน หันมาใช้และสนับสนุนมุนไพรไทยซึ่ง ประหยัด ปลอดภัย และได้ อย. กันดีกว่า ได้ทั้งบำรุงร่างกายสุขภาพ บำบัด ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ